เอกนิติ ปัดตอบปมรื้อ กม.ให้ Thai PBS - สสส. เข้าระบบงบฯ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง กล่าวถึงกรณีการแก้ไขกฎหมาย ปรับเปลี่ยนแหล่งเงิน ขอองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ Thai PBS กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กองทุนผู้สูงอายุ กองทุนพัฒนาการกีฬา จากที่เคยได้รับเงินจากภาษีบาป มาเป็นการรับเงินผ่านระบบงบประมาณแทน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กล่าวว่า ปัจจุบันมี 4 กองทุนที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากภาษีบาป เข้าหน่วยงานโดยตรง ได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้รับจัดสรรในอัตราร้อยละ 2 ราว 4,000 ล้านบาทต่อปี
ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้รับจัดสรรร้อยละ 1.5 ของภาษีสุรายาสูบ สูงสุดไม่เกิน 2,000 ล้านบาทต่อปี
กองทุนผู้สูงอายุ ได้รับจัดสรรร้อยละ 2 โดยไม่มีเพดานวงเงิน และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) ได้รับจัดสรรจากภาษีนี้เช่นกัน
ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า การแก้ไขเรื่องนี้ มีเพียงภาคธุรกิจที่ได้ประโยชน์ เพราะไม่ต้องจ่ายเงินภาษีเพิ่มขึ้น ต้นทุนสินค้าลดลง กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- 4 กองทุนที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากภาษีบาป
- สสส. ได้รับจัดสรรในอัตราร้อยละ 2 ราว 4,000 ล้านบาทต่อปี
- ไทยพีบีเอส ได้รับจัดสรรร้อยละ 1.5 ของภาษีสุรายาสูบ สูงสุดไม่เกิน 2,000 ล้านบาทต่อปี
- กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ได้รับจัดสรรจากภาษีนี้เช่นกัน
มุมมอง
เป็นกลาง
การแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับภาษีบาปและงบประมาณของกองทุนต่างๆ ยังคงเป็นเรื่องที่ถูกติดตามอย่างใกล้ชิด โดยมีหลายฝ่ายที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับเรื่องนี้
บวก
การแก้ไขกฎหมายอาจช่วยให้ธุรกิจสุราและยาสูบมีต้นทุนสินค้าที่ลดลง และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้สามารถแข่งขันได้ดีขึ้น
ลบ
การแก้ไขกฎหมายอาจทำให้รัฐบาลต้องมาจัดสรรงบประมาณจากงบปกติให้กองทุนต่างๆ ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลมีปัญหารายจ่ายที่ต้องแบกรับเพิ่มขึ้น
สัปดาห์ของคุณในข่าว ทุกวันพุธ
เรื่องราวใหญ่ที่สุดของสัปดาห์สำหรับฉบับของคุณ ในอีเมลของคุณทุกวันพุธเช้า ตามเวลาของคุณ ฟรี และคุณสามารถยกเลิกการสมัครรับข้อมูลได้ทุกเวลา